นโยบายสาธารณะของรัฐบาลไทย

 นโยบายสาธารณะของรัฐบาลที่เด่นชัด

            นับตั้งแต่การรัฐประหารปี 2549 จนถึงปัจจุบัน 12 ปี  มีการเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้ว 6 รัฐบาล และมีการรัฐประหารอีก 1 ครั้ง พรรคไทยรักไทย ภายใต้การนำของ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร ที่ชนะการเลือกตั้งถึง 2 สมัย ถูกยุบ ทว่าหลายสิ่งหลายอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป นโยบายของพรรคไทยรักไทยถูกส่งต่อมายังรัฐบาลอีกหลาย ๆ ชุด ในระยะเวลา 12 ปี กระทั่งในปัจจุบัน รัฐบาลทหารที่ทำการยึดอำนาจจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังคงนโยบายบางอย่างของพรรคไทยรักไทยไว้ เพราะเป็นนโยบายที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง
         ล่าสุด ประเทศไทยได้รับการชื่นชมจาก UN เรื่องของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นผลงานที่ท่านนายกทักษิณ  ชินวัตร ได้กำหนดและปฏิบัติใช้กันมาแล้ว โดยเฉพาะงานด้านป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เป็นอันดับ 3 ของโลกและอันดับ 1 ของอาเซียน ทั้งนี้ WHO ได้นำนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปใช้ประเทศที่กำลังพัฒนา หลังจากส่งคณะตัวแทนเข้าตรวจเยี่ยมงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถานบริการสุขภาพทุกระดับ และพื้นที่ชุมชนจังหวัดขอนแก่น  (https://www.khaosod.co.th/politics/news_1507174)

โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

            โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์​ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “โอท็อป” เกิดขึ้นในปี 2544 ในสมัยของพรรคไทยรักไทย เป็นนโยบายที่ช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก สนับสนุนการสร้างงาน และสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น อีกทั้งยังทำให้สินค้าไทยก้าวไกลในระดับภูมิภาคและระดับโลก “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” เป็นแนวทางประการหนึ่ง ที่สร้างความเจริญแก่ชุมชนให้สามารถยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของคนในชุมชนให้ดีขึ้น โดยการผลิตหรือจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ให้กลายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตนเองที่ สอดคล้องกับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น สามารถจำหน่ายในตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ

ในปัจจุบันโครงการโอท็อป ได้ขยายครอบคลุมไปทุกพื้นที่ของประเทศ และยังคงเป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชนมีงาน มีรายได้ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ จนถึงปัจจุบัน

โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน (SML)

          โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชนหรือที่เรียกว่าโครงการ SML ถือเป็นหนึ่งในนโยบายส่งเสริมประชาธิปไตย และ ขจัดความยากจน ของรัฐบาลไทยรักไทยในปี 2546 นโยบายนี้มีเป้าประสงค์ที่ต้องการเห็นความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชนในการพัฒนาศักยภาพ และร่วมกันคิดร่วมกันทำงานเป็นหมู่คณะ เพื่อแก้ปัญหาของหมู่บ้านและชุมชนได้อย่างมั่นคงยั่งยืน 

           ปัจจุบัน โครงการ SML ถูกเปลี่ยนชื่อมาหลายต่อหลายครั้ง อย่างเช่นในยุคของ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้เปลี่ยนเป็น “โครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” หรือในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “ชุมชนพอเพียง” และในปัจจุบันในยุคของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้ใช้ชื่อว่าโครงการประชารัฐกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งโครงการก็มาจากแนวคิดและลักษณะแบบเดิม

โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

            โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “30 บาท รักษาทุกโรค” เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในปี 2544 และนับเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จและถูกพูดถึงมากที่สุดนโยบายหนึ่งในประวัติศาสตร์ นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในด้านสุขภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย

            โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ และเป็นนโยบายที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาก เนื่องจากเป็นนโยบายสวัสดิการที่เกิดขึ้นในประเทศที่ไม่ได้มีรายได้ต่อหัวของประชากรสูงนัก แต่ก็ยังประสบความสำเร็จท่วมท้น นโยบายนี้ถูกส่งต่อไปยังทุกรัฐบาลต่อมา จนถึงปัจจุบันแม้ว่าจะมีความพยายามยกเลิกนโยบายนี้แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ นโยบายนี้ยังคงได้รับการตอบรับและครองใจประชาชนทั้งประเทศอยู่ต่อไป

            นี่คือ 3 นโยบายเด่น ๆ ที่พรรคไทยรักไทยได้ริเริ่มไว้ในช่วงก่อนรัฐประหาร 2549 แม้ว่าจะผ่านร้อนหนาวมากี่ครั้ง นโยบายเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ในใจของประชาชน และยังถูกนำมาใช้ในรัฐบาลต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน เพราะนโยบายเหล่านี้ มุ่งที่การเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเป็นนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิง

1.https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/21733

2.https://www.isranews.org/isranews-all-data/category/62-isranews-data-thaireform.html?limit=150&listall=0

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผู้บริบาลผู้สูงอายุ

แนวทางการบริบาลผู้สูงอายุ