ทั่วๆไปเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน
การพัฒนาชุมชน หมายถึง การพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเหมาะสม ไม่เป็นภาระและไม่ก่อให้เกิดปัญหาให้แก่สังคม เป็นชีวิตที่มีความสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสามารถดำเนินชีวิตที่ชอบธรรม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม ค่านิยมของสังคม สามารถแก้ไขปัญหา ตลอดจนการแสวงหาสิ่งที่ตนปรารถนาให้ได้มาอย่างถูกต้อง ภายใต้เครื่องมือ และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยมีจุดเน้นของคุณภาพชีวิตเป็น 3 ประเด็น
1. ทางด้านร่างกาย : บุคคลต้องมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นผลจากการได้รับการตอบสนองทางด้านปัจจัยความจำเป็นขั้นพื้นฐานที่พอเหมาะ2. ทางด้านจิตใจ : คือจะต้องมีสภาพจิตใจที่สมบูรณ์ร่าเริงแจ่มใส ไม่วิตกกังวล รู้สึกพอใจในชีวิตของตน ครอบครัว และสังคมในสภาพแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
3. ด้านสังคม : บุคคลที่สามารถดำรงชีวิตภายใต้บรรทัดฐาน และค่านิยมทางสังคมในฐานะเป็นสมาชิกของสังคมได้อย่างปกติสุข
1. ได้กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะในปริมาณที่พอเพียง
2. มีที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม
3. มีงานทำอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม
4. ได้บริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็น
5. มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
6. มีการผลิตที่พอเพียง
7. มีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่น
8. สามารถควบคุมช่วงเวลาของการมีบุตร และจำนวนบุตร
9. ประพฤติตามธรรมเนียม ประเพณี หลักธรรมศาสนา และรักษาส่งเสริมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรม
การพัฒนาชุมชน มีเป้าหมายสำคัญที่จะต้องพัฒนา ดังนี้
1. การพัฒนาคน คือการทำให้คนในชุมชนนั้นมีคุณภาพดีขึ้น ทั้งกายใจและสติปัญญา ซึ่งในแต่ละแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่างก็มีจุดมุ่งเน้นที่จะพัฒนาคนต่าง ๆ กัน ไป แต่ที่ปรากฏชัดเจนเป็นรูปธรรมคือในแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 ได้ระบุเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพคนไว้สามลักษณะดังนี้
เก่ง : มีความสามารถและรู้จักความสามารถของตนเอง มีแรงจูงใจมุ่งมั่นสู่จุดหมาย สามารถตัดสินใจได้ แก้ปัญหาเป็น แสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีความยืดหยุ่น และมนุษย์สัมพันธ์ดีกับคนอื่น (IQ)
ดี : รู้จักควบคุมอารมณ์ตนเองได้ แสดงออกได้เหมาะสมกับบุคคล โอกาสและสถานที่ รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น มีความรับผิดชอบ รู้จักการให้และการรับ รู้จักยอมรับผิด ให้อภัย และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม (EQ)
สุข : ภูมิใจในตัวเอง เห็นคุณค่าและมีความเชื่อมั่นตนเอง พอใจชีวิต มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ ขัน มีความสงบทางใจ รู้จักการผ่อนคลาย กิจกรรมเสริมความสุข (การผสานประโยชน์ระหว่าง IQ กับ EQ)
2. การพัฒนาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมที่เป็นวัตถุได้แก่อาคารสถานที่ สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เป้าหมายสำคัญคือ จะต้องพัฒนาให้สภาพแวดล้อมไม่ถูกทำลาย มีวิสัยที่จะรับภาระ (Carrying Capacety) ให้ประโยชน์แก่ชุมชน ในปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติได้ถูกทำลายลงไปมากทั้งในเชิงคุณภาพ (อากาศเป็นพิษ น้ำเสีย ขยะ ฯลฯ) และในเชิงปริมาณ (ความหลากหลายทางชีวภาพ แร่ธาตุทรัพยากรธรรมชาติบางชนิด ภาวะขาดแคลนน้ำ ฯลฯ) ซึ่งสภาพการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
กำลังที่สำคัญจะสำเร็จได้สมความมุ่งหมายก็คือ ประชาชน โดยที่ประชาชนมีความต้องการมีความสามารถอยู่ในตัวประชาชนเอง ซึ่งจัดได้ว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญ
เช่น ความคิด กำลังกาย ฝีมือ เป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวบุคคลหรือประชาชน ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการพัฒนาชุมชน ืได้แก่
1.เพื่อยกฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยวิธีการนำทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับสังคม และให้มีผลมากที่สุดเพื่อเป็นการผลิตรายได้ของประชาชนให้สูงขึ้น
2.เพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขปรับปรุงชีวิตจิตใจ และความรู้สึกของประชาชน ให้มีความรู้สึกที่จะยกมาตรฐานความเป็นอยู่ของตน
3.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความกระตือรือร้นสนใจการทำงานในชุมชนและพยายามช่วยตนเองให้มากที่สุด
หลักการพัฒนาชุมชน
การดำเนินงานพัฒนาชุมชนนั้น มีหลักการสำคัญที่เป็นรากฐานในการดำเนินงานอยู่ 3 ประการด้วยกัน ได้แก่
1. ความคิดริเริ่มมาจากประชาชน (initiative) กิจกรรมทุกกิจกรรมและทุกขั้นตอนจะต้องเกิดจากการคิด ตัดสินใจ วางแผน และดำเนินการโดยประชาชน นักพัฒนาต้องไม่เป็นผู้กำหนดกิจกรรม แผนงาน หรือโครงการไว้ล่วงหน้า แต่นักพัฒนามีหน้าที่กระตุ้นให้ชาวบ้าน กล้าคิด สามารถค้นหาปัญหาและความต้องการ และตัดสินใจริเริ่มโครงการต่าง ๆ ได้เอง ซึ่งการที่นักพัฒนาจะทำได้จำเป็นต้องเข้าไปหาประชาชน กระตุ้นยั่วยุโดยใช้มาตรการต่าง ๆ (การฝึกอบรม, ประชุมกลุ่มอภิปราย กลุ่มสัมพันธ์ การแสดงบทบาท ฯลฯ) ให้ชาวบ้านกล้าคิดกล้าแสดงออก โดยนักพัฒนาอาจให้ข้อมูลหรือการชี้แนะที่จำเป็น เพื่อประกอบการตัดสินใจของชาวบ้าน
2. หลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม (Participation) การที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการต่าง ๆ จะก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีความรักผูกพันธ์ต่อโครงการนั้น ๆ จะช่วยเน้นย้ำให้เกิดความรู้สึกว่า โครงการนั้นเป็นความรับผิดชอบ และเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของพวกเขาเอง ซึ่งในกระบวนการพัฒนาชุมชนนั้น ประชาชนจะมีส่วนร่วมในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
2.1 มีส่วนร่วมในการคิดค้นหาปัญหาและศึกษาสาเหตุของปัญหา ขั้นตอนนี้ถึงเป็นขั้นตอนแรกที่มีความสำคัญมาก เพราะบางครั้งปัญหาต่าง ๆ ของชาวบ้าน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องพบสัมผัสอยู่ทุกวันจนเกิดความเคยชินไม่คิดว่าสิ่งนั้นเป็นปัญหา จึงไม่กระตือรืนล้นที่จะหาทางแก้ปัญหา
2.2 มีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินกิจกรรม โดยทั่วไปแล้วนักพัฒนาหรือนักวิชาการมักจะคิดว่าชาวบ้านไม่มีศักยภาพพอที่จะวางแผนดำเนินกิจกรรมด้วยตัวเองได้ ซึ่งก็อาจมีความเป็นจริงแต่เพียงบางส่วน แต่หากนักพัฒนามีความเชื่อมั่นในศักยภาพของความเป็น “คน” ของทุกคนว่ามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ ก็เป็นหน้าที่ของนักพัฒนาที่จะเสริมความรู้ หรือใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อหาแนวทางในการจัดระบบความคิดของชาวบ้านให้สามารถวางแผนได้
2.3 มีส่วนร่วมในการลงทุนและปฏิบัติ คำว่าทุนในที่นี้อาจไม่ได้หมายถึงเฉพาะเงินทุนเท่านั้นแต่ชาวบ้านยังมีทรัพยากรที่อาจหามาได้เอง เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ (ทราย หิน ไม้ไผ่ ฯลฯ) หรือวัสดุตามธรรมชาติในหมู่บ้าน และรวมถึงแรงงานของชาวบ้านเอง ส่วนในการปฏิบัตินั้นก็เช่นกัน ชาวบ้านสามารถที่จะเข้าร่วมดำเนินการในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของและเห็นคุณค่า พร้อมที่จะดูแลรักษา รวมทั้งการได้เรียนรู้การทำงานในกิจกรรมนั้นด้วย
2.4 มีส่วนร่วมในการติดตามและประเมินผลงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเป็นเพราะ การประเมินผลงานจะช่วยให้ทราบถึงขั้นตอนการทำงาน ผลสำเร็จและหรือปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนแผนให้เกิดผลงานที่ดีที่สุด ตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่าถูกจุด
3. หลักการช่วยตัวเอง (Self-help) การพัฒนาชุมชนนั้นหลักสำคัญที่สุด และเป็นเป้าหมายสูงสุดด้วย ก็คือการที่จะให้ประชาชน มีความเป็นอยู่ที่ดี สามารถพึ่งตัวเองได้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามการส่งเสริมให้ชาวบ้านช่วยตัวเองได้นั้น ก็จำต้องคำนึงถึงข้อจำกัดของชาวบ้านเองด้วย โดยเฉพาะข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ การดำเนินงานพัฒนาควรเริ่มจากโครงการที่ไม่ใหญ่จนเกินกำลังชาวบ้าน ชาวบ้านมีศักยภาพพอที่จะดำเนินโครงการนั้นจนประสบความสำเร็จ อาทิ เช่น พัฒนาตัวเองและครอบครัวก่อน และในบางกรณีรัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการนั้น อาจต้องให้ความช่วยเหลือสนับสนุนด้านงบประมาณลงทุนประเดิมให้ก่อน เช่น การสนับสนุนพันธ์วัว ต้นกล้าผลไม้ และเมื่อชาวบ้านดำเนินโครงการประสบความสำเร็จก็ชดชดใช้ทุนคืน
ุ สรุป ดังนี้
1. ทุกคนในชุมชนต้องให้ความร่วมมือให้เกิดประโยชน์ได้มากที่สุดในการสร้างความเจริญหรือเปลี่ยนแปลงสภาพของท้องถิ่นนั้นให้ดี
2. ทุกคนในชุมชนควรจะได้รับการส่งเสริม ให้ได้เข้าร่วมในการปฏิบัติงานตามแผนการปฏิบัติต่างๆตามโครงการพัฒนาชุมชน
3. จะต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นของตนโดยเสรี เพื่อจะได้รับความคิดเห็นต่างๆตลอดจนความต้องการของผู้คนในท้องถิ่น
4.ผู้นำชุมชนควรที่จะได้รับการเปลี่ยนตัวกันบ้างตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและจะต้องมีการเตรียมตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็นผู้นำชุมชนไว้หลาย ๆ คน
5.พึงให้การศึกษาแก่คนในชุมชนอยู่เสมอเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป
6.หากจะต้องมีการจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์การนั้นจะต้องสามารถทำหน้าที่ได้อย่างดี ไม่ใช่ว่าจัดตั่งหน่วยงานนั้นขึ้นเพื่อแสดงผลของการพัฒนาชุมชน
7. การปฏิบัติตามแผนการปฏิบัติต่างควรให้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยเพื่อให้ผู้คนในท้องถิ่นได้รับรู้และเข้าใจวิธีการต่างๆ ของระบอบนี้ได้ถูกต้อง
ปัจจัยแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาชุมชน
การพัฒนาที่จะประสบความสำเร็จได้ จำต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา ได้แก่
1. ลักษณะทางกายภาพ ได้แก่ สภาพแวดล้อมด้านวัตถุ อันได้แก่ สิ่งก่อสร้างพื้นฐาน : ถนน สะพานคลองส่งน้ำ และสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เช่น ลักษณะภูมิประเทศ อันได้แก่ สภาพดิน แหล่งต้นน้ำลำธาร อุณหภูมิ สิ่งเหล่านี้จะต้องส่งเสริมและเอื้อให้การพัฒนาประสบความสำเร็จ เช่น พื้นที่อุดม มีภูมิอากาศเหมาะสมกับการปลูกพืช มีระบบการชลประทาน และแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงให้พืชเจริญเติบโต มีถนนลำเลียงขนส่งผลผลิตและสินค้าออกสู่ตลาด
2. ลักษณะทางเศรษฐกิจ หมายถึงภาวะการถือครองที่ดิน ระบบการขาย-ซื้อผลผลิต ระบบราคา, ภาวะหนี้สิน ระบบการกู้ยืมและแหล่งสินเชื้อ ความยากจนของประชาชนในพื้นที่ จะส่งผลต่อการลงทุนในการผลิต และนำไปสู่ภาวะการสูญเสียกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งเป็นผลให้เกิดความรู้สึกผูกพันต่อการพัฒนา
3. สภาพแวดล้อมทางการเมือง ได้แก่นโยบายการพัฒนาของรัฐบาล ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เช่น สมัย พณ.จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เน้นการพัฒนารากฐานของการพัฒนาประเทศ มีการลงทุนในสาธารณูปโภค สาธารณูปการ สร้างถนนสายสำคัญ สร้างเขื่อนกั้นน้ำ โรงไฟฟ้า ฯลฯ ส่วนในยุคของ พณ. พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ ก็เน้นด้านเศรษฐกิจ “แปรสนามรบให้เป็นสนามค้า” สมัย พณ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เน้นความสงบร่มเย็นจากปัญหาผู้ก่อการร้าย “ใต้ร่มเย็น-อีสานเขียว” สมัย พณ.นายชวน หลีกภัย เน้นการจัดที่ดินทำกินและสมัย พต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร “เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ” เป็นต้น
4. สภาพแวดล้อมทางสังคมอันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อ ค่านิยมของคนในสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การรวมกลุ่ม และอิทธิพลของกลุ่ม ซึ่งมีผลต่อการดำเนินชีวิต พฤติกรรมและความสัมพันธ์ของคนในชุมชน
5. สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่เกิดจากการสร้างสรรค์ปรุงแต่งของมนุษย์ ที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีความสะดวกสบายขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเลือก และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate technology) ไปใช้ โดยไม่ให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ซึ่งในสังคมไทยเรามีเทคโนโลยีเหมาะสมมากมาย อันได้แก่ “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” ที่นักพัฒนาจะต้องรู้จักนำมาใช้และผสมผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สภาพแวดล้อมที่ควรเป็น การพัฒนาต้องคำนึงถึงการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพความ เราอาจเปรียบ ภูมิปัญญาชาวบ้านเสมือน ต้นไม้ผลท้องถิ่นที่มีรากแก้ว มีความทนทานต่อสภาพสิ่งแวดล้อม ส่วนเทคโนโลยีสมัยใหม่ เปรียบได้เสมือน กิ่งตอนชั้นดี ที่เอาเข้าไปติดตาทาบกิ่ง เพื่อให้ออกดอกออกผลที่ดี
6. สภาพแวดล้อมที่ควรเป็น การพัฒนาต้องคำนึงถึงการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพที่เป็นจริงและเกิดประโยชน์แก่ประชาชนในชุมชนนั้นเป็นส่วนใหญ่ อันเกิดจากการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาแล้ว ในขณะที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สังคมและสิ่งแวดล้อมก็ต้องไม่เสื่อมโทรม ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้ในที่สุด
วิธีการพัฒนาชุมชน
1.เกี่ยวกับด้านความคิดเห็นของผู้คนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา การพัฒนาหมายถึงการแก้ไขปรับปรุงปัญหาหากท้องถิ่นนั้นมีจารีตประเพณีที่กีดกันการพัฒนาก็ดำเนินไปไม่ได้ต้องให้การศึกษาให้คนในท้องถิ่นรู้เข้าใจและยอมรับวามีปัญหาอะไรบ้าง มีวิธีการแก้ไขอย่างไร จากนั้นจะได้วางโครงการปฏิบัติงานต่อไป
2.เกี่ยวกับด้านผู้มีอาชีพที่จะเป็นผู้นำของชุมชนมีหน้าที่ช่วยเหลือแก่คนที่มีส่วนร่วมในทางการพัฒนาชุมชนให้สามารถดำเนินไปได้ผู้นำต้องให้ประสบการณ์เป็นการเรียนรู้แก่คนในชุมชนมากกว่าเป็นผู้วางแผน ไม่เพ่งเล็งหนักไปในทางสร้างสะพาน ขุดบ่อ จัดระเบียบสังคมแต่ต้องให้คนในชุมชนรู้ตัวหรือเกิดความเข้าใจว่าเขามีหน้าที่และความสำคัญที่จะต้องเข้าร่วมมืออย่างจริงใจในการพัฒนาชุมชนของตน
3.เกี่ยวกับด้านนักสำรวจ นักวิจัย ค้นหาวิธีการต่างๆ ที่จะให้เข้าใจกระบวนการในการให้การศึกษาแก่ผู้นำชุมชน
แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ความหมาย
การกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบ
ไทยได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ฉบับแรกตั้งแต่ปี 2504 โดยอยู่ในสมัยของ พณ.นายกรัฐมนตรีจอมพล สฤิษดิ์ ธนะรัชต์ จนถึงปี พ.ศ. 2547 ประเทศไทยได้ประกาศใช้แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมมาจนถึงปัจจุบัน คือ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 ได้น้อมนำหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นปรัชญานำทางในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9-11โดยการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ครั้งนี้ สำนักคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สคช.) ได้จัดทำบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0 ตลอดจนประเด็นการปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้นได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาประเทศ รวมทั้งร่วมจัดทำรายละเอียดยุทธศาสตร์ของแผนฯ เพื่อมุ่งสู่ “ความมั่งคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”
1.
การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์
2.
ยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
3.
ยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
4.
ยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
5.
ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน
6.
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการในภาครัฐ การป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ
และธรรมาภิบาลในสังคมไทย
7.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์
8.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม
9.
ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจ
10.
ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนา
ภายใต้การดำเนินงานการพัฒนาชุุมชนให้เกิดกิจกรรมโดยมีผลลัพท์ในอนาคตตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ ทั้งนี้แผนการพัฒนาชุมชนจะล้อหรือเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อให้เกิดความปกติสุขในสังคมที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึั้นนั่นเอง
สิ่งใดที่จะพึงกระทำก่อนหลัง ย่อมต้องเป็นไปตามความต้องการของผู้คนในท้องถิ่นเป็นสำคัญย่อมแล้วแต่สภาพของท้องถิ่นความต้องการพื้นฐานนั้นผู้คนจะแสดงออกให้เห็นได้แจ้งชัดถือว่าเป็นปัญหาสังคมซึ่งผู้คนเหล่านั้นต้องการให้หมดไปหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นและสิ่งที่พึงกระทำก่อนในการพัฒนาชุมชน
คือ
1. การป้องกัน ได้แก่ การรักษาความสงบสุขของผู้คนในท้องถิ่น
2. การอนามัยเบื้องต้น ได้แก่ ความสะอาด สุขภาพ ร่างกาย โภชนาการที่เหมาะสม
3. การเศรษฐกิจ ให้มีกินมีใช้มากกว่าเดิม
4. การศึกษา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
5. นันทนาการ มีสถานที่และอุปกรณ์เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ หาความสำราญและใช้เวลาว่าให้เป็นประโยชน์
6. การให้บริการทางสังคมและสิ่งอำนวยความสุข มีการสังคมสงเคราะห์และบริการที่จำเป็น
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการพัฒนาชุมชน
ทางด้านการเมือง
1. ทำให้ประชาชนจงรักภักดีต่อรัฐบาล เห็นว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง สำนึกบุญคุณและเห็นความสำคัญของรัฐบาล เพราะงานพัฒนารัฐบาลมุ่งเข้าช่วยเหลือประชาชนในทางตรงและเข้าถึงตัว
2.ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกรับผิดชอบ รู้สึกเป็นเจ้าของประเทศยิ่งขึ้น เพราะงานพัฒนาชุมชนเป็นงานที่ประชาชนช่วยเหลือตนเอง โดยความสนับสนุนช่วยเหลือของรัฐบาล
3. อำนวยผลประโยชน์ในการปกครอง เพราะงานพัฒนาชุมชนส่งเสริมงานด้านการปกครองช่วยลดและขจัดความแตกแยกห่างเห็น ความกินแหนงแคลงใจ
4. งานพัฒนาชุมชนส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะเป็นงานที่ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักช่วยเหลือและสร้างสรรค์ความเจริญในท้องถิ่นร่วมกันเป็นแบบอาสาสมัคร
5. ช่วยให้ประชาชนเป็นฝ่ายรัฐบาล ทำให้การรุกรานแทรกซึมของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ผล เพราะปัจจุบันไทยเรามีภัยทางการเมืองเป็นสงครามจิตวิทยา ต่อสู้กันในทางแย้งชิงประชาชน ฝ่ายใดมีประชาชนสนับสนุนมากก็ได้เปรียบ
6. การพัฒนาชุมชนเป็นการสร้างสรรค์การอยู่ดีกินดีให้บังเกิดแก่ชุมชน ถ้าทุกคนอยู่ดีมีสุขย่อมเป็นหลักประกันของความสำเร็จของการปกครองและความมั่นคงของชาติ
ด้านเศรษฐกิจ
1. เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
2. การดำรงชีพดีขึ้น มีรายได้มากขึ้น มีข้าวของใช้มากขึ้น ให้ความสะดวก การหมุนเวียนของกระแสเงินดีขึ้น
3. รายได้ประชาชาติสูงขึ้น
ด้านสังคม
1. ผลสำเร็จของการพัฒนาชุมชนจะส่งเสริมความเป็นอยู่ทางด้านอนามัย
2. ผลสำเร็จของการพัฒนาชุมชน
จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำแตกต่างในเรื่องชนชั้นในสังคมให้น้อยลง มีความเสมอภาคเป็นธรรมแก่สังคม
3. ผลสำเร็จของการพัฒนาชุมชน จะส่งเสริมฐานะของสังคม ทางการศึกษาโรงเรียนมีบทบาทที่สำคัญยิ่งนัก โรงเรียนในโครงการพัฒนาชุมชนสร้างด้วยความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่นนั้นทำให้ประชาชนมีส่วนรับผิดชอบในการศึกษายิ่งขึ้น มีความรู้สึกว่าตนเป็นเจ้าของ
ให้การสนับสนุนดีขึ้น
แหล่งอ้างอิง
นิรันดร์จงวุฒิเวศย์.(2550).แนวคิดแนวทางการพัฒนาชุมชน.กรุงเทพฯ:กรมการพัฒนาชุมชนกระทรวงมหาดไทย.
ประทีป
จันทรสิงห์. (2549). การมีส่วนร่วมของบุคลากรเพื่อสนับสนุนการเป็นโรงพยาบาลส่งสริมสุขภาพ.
ขอนแก่นเวชสาร, 30(3), 246-253.
ประภัสสร เตชะประเสริฐวิทยา. (2549). ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการวางแผนชุมชนกษตรกรรม. ขอนแก่น : ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ปาริชาติ วลัยเสถียร และคณะ. (2543). กระบวนการและเทคนิคการทำงานของนักพัฒนา.กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย. (2549). เศรษฐกิจพอเพียง. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น